บานานาเบรดเนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ หอมกล้วยสุกงอมและอบเชย หั่นชิ้นหนา ๆ กินอร่อยทั้งมื้อเช้าและมื้อว่างยามบ่าย
แค่กล้วยสุกงอมเกินไป 3 ลูกที่ลืมทิ้งไว้บนเคาน์เตอร์ครัว ก็พร้อมเริ่มลงมือได้ทันที ระหว่างอบ กลิ่นหอมหวานจะค่อย ๆ อบอวลไปทั่วครัว หน้าขนมเปลี่ยนเป็นสีทองสวย และอบเชยก็เติมกลิ่นอุ่นละมุนลงไป พอหั่นตอนยังอุ่นอยู่เล็กน้อย จะได้เนื้อขนมที่นุ่มแน่นชวนกิน แล้วก็ไม่แปลกเลยว่าทำไมขนมก้อนนี้ถึงหมดเร็วทุกครั้ง

บานานาเบรด เนื้อนุ่ม ทำง่าย
บานานาเบรดสูตรนี้หั่นได้สวย และใช้กล้วยสุกงอมบดเป็นหัวใจหลักของสูตร ส่วนผสมพื้นฐานมีแป้งสาลี เบกกิ้งโซดา เนยจืด น้ำตาลทรายแดง ไข่ เกลือ อบเชย วานิลลา และกรีกโยเกิร์ตหรือครีมข้นเล็กน้อยเพื่อให้เนื้อขนมนุ่มเป็นพิเศษ จะเติมวอลนัต พีแคน หรือช็อกโกแลตชิปก็ได้ตามชอบ
ความหวานของสูตรนี้กำลังดี : ใส่น้ำตาลทรายแดงเพียงพอให้รสกล้วยยังโดดเด่นอยู่ด้านหน้า ถ้าอยากให้ใกล้เคียงของหวานมากขึ้น ก็เพิ่มน้ำตาลได้อีกเล็กน้อย
ส่วนผสมหลักของบานานาเบรด
แป้งสาลีช่วยให้ขนมอยู่ทรงและหั่นเป็นชิ้นสวย เบกกิ้งโซดาช่วยให้เนื้อขนมขึ้นฟู เกลือช่วยตัดหวานและขับรสกล้วย ส่วนอบเชยเติมกลิ่นอุ่น ๆ โดยไม่กลบรสผลไม้
เนยจืดที่พักให้นุ่มช่วยเพิ่มทั้งรสชาติและความนุ่มชุ่ม น้ำตาลทรายแดงให้ความหวานแบบคาราเมลอ่อน ๆ ไข่ช่วยให้ส่วนผสมเกาะตัวกันดี หัวใจสำคัญคือกล้วยสุกงอมบดที่ให้ทั้งรสเข้มข้นและความชุ่มฉ่ำ กรีกโยเกิร์ตหรือครีมข้นเล็กน้อยช่วยให้เนื้อในนุ่มละมุน ส่วนวานิลลาช่วยให้รสโดยรวมกลมกล่อมยิ่งขึ้น

การดัดแปลงสูตร การเตรียม และการเก็บรักษา
จะใส่วอลนัตหรือพีแคนเพื่อเพิ่มความกรุบกรอบก็ได้ หรือเปลี่ยนเป็นช็อกโกแลตชิปก็อร่อยไม่แพ้กัน ถ้าไม่มีกรีกโยเกิร์ตหรือครีมข้น สามารถใช้กล้วยบด ซอสแอปเปิลแบบไม่เติมน้ำตาล หรือฟักทองบดล้วนในปริมาณเท่ากันแทนได้

กล้วยที่สุกมากจะให้รสชัดที่สุดและทำให้เนื้อขนมนุ่มที่สุด เมื่อใส่ส่วนผสมแห้งแล้ว ให้คนพอแค่ส่วนผสมเข้ากัน อย่าคนนานเกินไป พออบไปได้ครึ่งเวลา ให้คลุมหน้าขนมด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์เพื่อไม่ให้สีเข้มเกินไป
ขนมสุกพอดีเมื่อใช้ไม้จิ้มแล้วดึงออกมาพร้อมเศษขนมชื้น ๆ ติดมาเล็กน้อย พักขนมไว้ในพิมพ์ให้คลายร้อนก่อน แล้วจึงย้ายมาพักจนเย็นสนิทค่อยหั่น จะได้ชิ้นสวยและอยู่ทรงกว่าเดิม หากห่อให้มิดชิด สามารถเก็บที่อุณหภูมิห้องได้นาน 3 วัน

ส่วนผสม
- 250 g แป้งสาลีอเนกประสงค์
- 1 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา
- 0,25 ช้อนชา เกลือ
- 0,5 ช้อนชา ผงอบเชย
- 115 g เนยจืด นิ่ม
- 150 g น้ำตาลทรายแดง กดแน่น
- 2 ไข่ไก่ อุณหภูมิห้อง
- 345 g กล้วยสุกงอม บด (ประมาณ 3 ลูกใหญ่หรือ 4 ลูกกลาง)
- 80 g กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ หรือครีมเฟรชแบบข้นชนิดไขมันเต็ม ที่อุณหภูมิห้อง
- 1 ช้อนชา สารสกัดวานิลลา
- 90 g ถั่วพีแคน หรือวอลนัตสับหยาบ (ไม่ใส่ก็ได้)
วิธีทำ
- วางตะแกรงอบไว้ที่ชั้นล่างหนึ่งในสามของเตาอบ แล้วอุ่นเตาอบล่วงหน้าที่ 180°C
- ทาไขมันให้ทั่วพิมพ์โลฟขนาด 23 x 13 ซม.
- ใช้ตะกร้อมือผสมแป้ง เบกกิ้งโซดา เกลือ และผงอบเชยให้เข้ากัน250 g แป้งสาลีอเนกประสงค์, 1 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา, 0,25 ช้อนชา เกลือ, 0,5 ช้อนชา ผงอบเชย
- ตีเนยกับน้ำตาลทรายแดงในชามใบใหญ่ด้วยความเร็วปานกลางค่อนข้างสูงประมาณ 3 นาที จนส่วนผสมสีอ่อนและขึ้นฟูเป็นครีม115 g เนยจืด, 150 g น้ำตาลทรายแดง
- ใส่ไข่ทีละฟอง ตีด้วยความเร็วปานกลาง และตีให้เข้ากันดีทุกครั้งหลังใส่2 ไข่ไก่
- ใส่กล้วยบด กรีกโยเกิร์ต (หรือครีมเฟรช) และวานิลลา แล้วคนให้เข้ากัน345 g กล้วยสุกงอม, 80 g กรีกโยเกิร์ตรสธรรมชาติ, 1 ช้อนชา สารสกัดวานิลลา
- ใส่ส่วนผสมแห้งลงไป แล้วตีด้วยความเร็วต่ำพอให้เข้ากัน อย่าผสมนานเกินไป
- ตะล่อมถั่วพีแคนลงไป หากใช้90 g ถั่วพีแคน
- เทส่วนผสมลงพิมพ์
- นำเข้าอบ 60 ถึง 65 นาที โดยคลุมหน้าขนมด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์เมื่ออบไปได้ครึ่งเวลา เพื่อไม่ให้ด้านบนเข้มเกินไป
- เช็กความสุก: ใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มแล้วควรมีเพียงเศษเค้กชื้นเล็กน้อยติดออกมา
- พักในพิมพ์บนตะแกรง 1 ชั่วโมง จากนั้นค่อยนำออกจากพิมพ์และปล่อยให้เย็นสนิทก่อนหั่น