ขนมไหว้พระจันทร์ หรือ moon cakes เป็นขนมมงคลที่เป็นสัญลักษณ์ของเทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วงในจีน ตามตำนานเล่าว่า ขนมชนิดนี้เคยมีบทบาทสำคัญในการก่อกบฏต่อต้านชาวมองโกลในศตวรรษที่ 14 โดยมีการซ่อนข้อความลับไว้ภายในขนม ก่อนนำไปแจกจ่ายเพื่อใช้ประสานการเคลื่อนไหว
ปัจจุบัน ขนมไหว้พระจันทร์มักทำไส้ถั่วแดงกวนหวาน ไส้เมล็ดบัว เผือกกวน หรือไส้หวานอื่นๆ แล้วห่อด้วยแป้งบางๆ ด้านนอกมักประทับลวดลายอย่างประณีต และบางชิ้นจะใส่ไข่แดงเค็มไว้ตรงกลางเพื่อสื่อแทนดวงจันทร์ นอกจากนี้ยังมีแบบทำง่ายที่ใช้ถั่วเขียวกวน ตามสูตรขนมไหว้พระจันทร์ไส้ถั่วเขียว

ขนมประจำเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปี 2023 ตรงกับวันที่ 29 กันยายน หรือวันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
เทศกาลนี้เป็นการเฉลิมฉลองฤดูเก็บเกี่ยวและช่วงเวลาแห่งการกลับมาพร้อมหน้าของครอบครัว ผู้คนจะมารวมตัวกันเพื่อชื่นชมดวงจันทร์ ซึ่งเชื่อกันว่าในช่วงนี้จะกลมและสว่างที่สุดของปี กิจกรรมยามค่ำคืนมักประกอบด้วยการแลกขนมไหว้พระจันทร์ การจิบชา และการชมพระจันทร์

นี่คือโอกาสอันดีที่ครอบครัวและเพื่อนฝูงจะได้มาพบปะ แบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุข และร่วมกันสืบสานประเพณีอันงดงามที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
ส่วนผสมหลักของขนมไหว้พระจันทร์

น้ำเชื่อมข้าวโพด หรือ “โกลเดนไซรัป”: เป็นน้ำเชื่อมกลูโคสที่ช่วยให้แป้งมีเนื้อสัมผัสตามต้องการ หากจำเป็นก็สามารถใช้น้ำผึ้งแทนได้
น้ำด่าง: หรือที่เรียกว่า “kansui” ช่วยเพิ่มรสเฉพาะตัวและทำให้ขนมมีสีสวยเป็นเอกลักษณ์ ไม่ต้องกังวล เพราะทำเองได้ง่ายมาก!
เผือกกวนหรือไส้เมล็ดบัว: จะเลือกไส้อะไรก็ได้ตามชอบ แต่ไส้ที่พบได้บ่อยที่สุดในขนมไหว้พระจันทร์แบบดั้งเดิมคือไส้เมล็ดบัวและเผือกกวน ข้อควรระวังคือ หากซื้อไส้สำเร็จรูป (เผือก/บัว/ถั่วแดง/งา) มา อาจมีเนื้อเหลวเกินไป ให้ตั้งไฟอ่อนในหม้อแล้วกวนตลอดเวลา จนไส้ข้นขึ้นและมีความหนืดคล้ายดินน้ำมัน

สรุปแล้ว การทำขนมไหว้พระจันทร์ไม่ได้ยากมากนัก แต่ต้องอาศัยความละเอียดและการทำตามขั้นตอนเป็นหลัก ส่วนไส้ด้านในก็ปรับเปลี่ยนได้แทบไม่รู้จบ ช่วงหลังมานี้ผมได้ลองชิมไส้บัวขาว ใบเตย และมะพร้าวคาราเมล บอกเลยว่าอร่อยมาก

Equipment
Ingredients
แป้ง
- 60 กรัม ไซรัปข้าวโพด
- 0.25 ช้อนชา น้ำด่าง
- 24 กรัม น้ำมันพืช
- 100 กรัม แป้งสาลี
ไส้
- 220 กรัม ไส้เมล็ดบัวกวน หรือใช้ไส้อื่น เช่น ไส้เผือกกวน
- ไข่เค็ม ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
สำหรับทาหน้า
- ไข่แดงสำหรับทาหน้า
น้ำด่าง
- 5 กรัม เบกกิ้งโซดา
- 20 กรัม น้ำ
Instructions
สำหรับน้ำด่าง
- ผสมน้ำกับเบกกิ้งโซดาจนเข้ากัน5 กรัม เบกกิ้งโซดา, 20 กรัม น้ำ

สำหรับแป้ง
- ค่อยๆ ผสมไซรัปข้าวโพด น้ำด่าง และน้ำมันพืชเข้าด้วยกันในชาม60 กรัม ไซรัปข้าวโพด, 0.25 ช้อนชา น้ำด่าง, 24 กรัม น้ำมันพืช

- ร่อนแป้งสาลี แล้วใส่ลงในส่วนผสมในครั้งเดียว100 กรัม แป้งสาลี

- คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน
- ห่อแป้งด้วยแรปพลาสติก แล้วนำเข้าตู้เย็นพักไว้ 30 นาที

สำหรับไส้
- แบ่งไส้เผือกหรือไส้เมล็ดบัวกวนให้มีขนาดเท่าๆ กัน220 กรัม ไส้เมล็ดบัวกวน
- ปั้นแต่ละส่วนเป็นก้อนกลม แล้วพักไว้

- หากทำชิ้นที่ใส่ไข่เค็ม ให้กดไข่แดงเค็มลงบนก้อนไส้เบาๆ จากนั้นหุ้มไส้ให้มิดอย่างสม่ำเสมอ โดยอย่าให้มีช่องว่างระหว่างไส้กับไข่แดง พยายามจัดให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง เพื่อให้ขนมไหว้พระจันทร์ออกมาสวยงามไข่เค็ม

การประกอบ
- แบ่งแป้งเป็นส่วนเท่าๆ กัน

- คลึงแป้งระหว่างแผ่นพลาสติกหรือแรปพลาสติก 2 แผ่น

- ลอกแรปพลาสติกแผ่นบนออก
- วางก้อนไส้ไว้ตรงกลาง

- ห่อแป้งขึ้นมาปิดไส้ให้มิด
- ตัดแป้งส่วนเกินบริเวณที่พับซ้อนกันออก เพื่อให้แป้งหนาเท่ากัน
- คลึงขนมไหว้พระจันทร์เบาๆ ระหว่างฝ่ามือให้เป็นก้อนกลม

การอบ
- คลึงก้อนขนมไหว้พระจันทร์บนพื้นผิวที่โรยแป้งบางๆ

- จุ่มลูกสูบของพิมพ์ลงในแป้ง แล้วเคาะแป้งส่วนเกินออก
- วางก้อนแป้งลงบนถาดอบ

- ครอบพิมพ์ขนมไหว้พระจันทร์ลงบนก้อนแป้ง แล้วกดลูกสูบลง

- อบที่ 175°C บนชั้นกลางของเตาอบนาน 5 นาที หรือจนผิวเริ่มเซ็ตตัว
- นำขนมไหว้พระจันทร์ออกจากเตาอบ แล้วทาหน้าด้วยไข่แดงไข่แดงสำหรับทาหน้า

- อบต่ออีก 10 นาที หรือจนมีสีเหลืองทอง
- นำออกจากเตาอบ แล้วพักให้เย็นที่อุณหภูมิห้อง
- เก็บขนมไหว้พระจันทร์ไว้ในภาชนะปิดสนิท 3 วัน
