Cannelle chinoise au marché

อบเชยจีน หรือ คาสเซีย คืออะไร?

อบเชย เครื่องเทศที่เราทุกคนรู้จักกันดีและมีพลังในการมอบความอบอุ่นใจในช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว… ไม่ว่าจะอยู่ในกาแฟ ไวน์ หรือของหวาน มันก็โดดเด่นเสมอ และคุณจะต้องประหลาดใจเมื่อรู้ว่ามันยังสามารถมีที่ทางอันทรงเกียรติในเมนูคาวได้อีกด้วย

นั่นคืออบเชยจีน หรือ “อบเชยคาสเซีย” นั่นเอง!

อบเชยจีนคืออะไร? 

อบเชยจีนเป็นเครื่องเทศที่ได้มาจากเปลือกชั้นในของต้นอบเชย ซึ่งเป็นต้นไม้ในวงศ์ลอเรล (วงศ์อบเชย) ในการเก็บเกี่ยวนั้น เราจะลอกเปลือกของต้นไม้มาตากแห้งและหมัก

จากนั้นชั้นนอกของมันจะถูกลอกออกและนำไปตากแห้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อแห้งแล้ว อบเชยคาสเซียจะไม่ม้วนตัวเป็นรูปทรงที่เราคุ้นเคยกัน นั่นคือแท่งยาว ๆ ที่ม้วนเข้าหากันเอง

ว่ากันว่าอบเชยพันธุ์นี้มีความหนามากกว่าอบเชยทั่วไป กิ่งก้านเดิมของมันมีขนาดใหญ่กว่าของต้นอบเชยซีลอน ซึ่งทำให้มันไม่สามารถม้วนตัวเป็นแท่งอบเชยแบบคลาสสิกได้ ผู้เก็บเกี่ยวจึงต้องนวดเปลือกก่อนที่จะกรีดและแยกชั้นต่าง ๆ ที่มีอยู่ออกจากกัน

แน่นอนว่าอบเชยคาสเซียถูกนำมาใช้ในการทำอาหารอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ชื่นชอบในเรื่องความหอมหวานและความเข้มข้นของมัน โดยเฉพาะเมื่อนำไปผสมกับเครื่องเทศอื่น ๆ แต่เราก็นำมันมาใช้ได้ดีไม่แพ้กันด้วยสรรพคุณทางยาและกลิ่นหอมของมัน

แท้จริงแล้วอบเชยจีนมาจากไหน? 

อบเชยโดยตัวมันเองนั้นมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะซีลอน หรือศรีลังกาในอดีต ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย และมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในภูมิภาคนี้ก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 19 ต่อมาก็มีการเก็บเกี่ยวมันที่เซเชลส์ มาดากัสการ์ เกาะชวา ในอินโดนีเซีย ที่หมู่เกาะแอนทิลลีส เฟรนช์เกียนา และบราซิล

แต่แล้วอบเชยคาสเซียอันโด่งดังล่ะ? อันที่จริงมันคือหนึ่งในอบเชยหลากหลายพันธุ์ที่มีอยู่ ดังที่ชื่อบ่งบอก ต้นอบเชยจีนซึ่งเป็นแหล่งที่มาของเครื่องเทศชนิดนี้ เติบโตเป็นส่วนใหญ่ในประเทศจีน มีการนำเข้ามันมาจากตะวันออกมาเป็นเวลาราว 4,000 ปีแล้ว อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่รู้จักกันอีกด้วย

เป็ดย่างเคลือบน้ำตาลบนแท่นวางหินอ่อน
อบเชยชนิดนี้จะถูกนำไปใช้ในเป็ดปักกิ่งและซอสฮอยซินของมัน

อบเชยจีนมีรสชาติอย่างไร? 

รสชาติของอบเชยคาสเซียนั้นเข้มข้นกว่าอบเชยทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมันไม่มีสารยูเจนอล มันเป็นรสชาติที่เราพบได้ในเครื่องเทศและสมุนไพรที่มีรสชาติโดดเด่น เช่น กานพลู ใบกระวาน… มันเป็นรสชาติที่เข้มข้นและมีความขมเล็กน้อย

กล่าวโดยสรุป อบเชยพันธุ์นี้มีคาแรคเตอร์มากกว่าอบเชยซีลอน อีกทั้งยังสามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่า เพราะอบเชยซีลอนจะมีสีออกแดงกว่า ในขณะที่อบเชยจีนจะมีสีน้ำตาลเกือบจะเป็นสีเทา

จะใช้อบเชยจีนในการทำอาหารอย่างไร? 

น่าแปลกที่อบเชยคาสเซียดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับเมนูคาวมากกว่าเมนูหวาน ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไปสำหรับอบเชยทั่วไป! มันเข้ากันได้ดีมากกับเมนูเนื้อสัตว์ (เนื้อแกะ เป็ด…) และเพิ่มกลิ่นอายเอ็กโซติกอันอบอุ่นให้กับเมนูข้าวหรือเซโมลินา 

อย่างไรก็ตาม อบเชยจีนก็สามารถนำมาใช้ในของหวานได้เช่นกัน มันช่วยชูรสให้กับของหวานหลายอย่างที่ผู้คนนิยมทานกันมากในช่วงนี้ เช่น ขนมปังเครื่องเทศ เค้กแครอท เมนูที่ทำจากแอปเปิลหรือลูกแพร์… โดยไม่ลืมเครื่องดื่มต่าง ๆ อันได้แก่ ชา ช็อกโกแลตร้อน หรือไวน์

อบเชยชนิดนี้นี่เองที่เราจะนำมาใช้ในผงพะโล้ห้าเครื่องเทศจีน หรือแม้แต่เฝอ

แล้วอบเชยจีนมีประโยชน์อย่างไรบ้าง? 

ในการแพทย์แผนโบราณ อบเชยไม่ว่าจะพันธุ์ใดก็ตาม เป็นที่รู้จักกันว่าช่วยกระตุ้นความอยากอาหารและบรรเทาปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร อีกทั้งยังนำมาใช้รักษาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหารด้วย เราใช้มันเพื่อฤทธิ์ในการกระตุ้นและบำรุงร่างกายด้วยเช่นกัน เนื่องจากมันช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด 

หาซื้ออบเชยจีนได้ที่ไหน? 

เราสามารถหาอบเชยหลากหลายพันธุ์ได้ทางออนไลน์ ทั้งแบบผงหรือแบบแท่ง โดยควรรู้ไว้ว่าราคาของอบเชยคาสเซียนั้นถูกกว่าอบเชยซีลอนอย่างเห็นได้ชัด อบเชยซีลอนอาจมีราคาแพงกว่าอบเชยจีนถึงสี่เท่า 

จะเก็บรักษาอบเชยจีนอย่างไร? 

เช่นเดียวกับทุกพันธุ์ อบเชยสามารถเก็บไว้ได้นานหลายเดือนหากอยู่ในรูปแบบผง หรืออาจนานหลายปีหากอยู่ในรูปแบบแท่ง โดยควรเก็บไว้ในภาชนะที่ปิดสนิทและห่างจากความชื้น 

Comments are closed.