กายหลานคืออะไร?
ในเอเชีย ผักชนิดนี้ยังเรียกกันว่า gai lan แต่ในบ้านเรา มักรู้จักกันในชื่อ “คะน้าจีน” หรือ “บรอกโคลีจีน” มากกว่า แล้วกายหลานคืออะไรกันแน่? มันคือผักตระกูลกะหล่ำชนิดหนึ่งที่มีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของจีน แต่กลับไม่ได้มีรสชาติแบบกะหล่ำที่เราคุ้นเคย… อันที่จริงรสของมันใกล้เคียงกับบรอกโคลีมากกว่า จึงเป็นที่มาของชื่อภาษาฝรั่งเศสนี้
กายหลานเป็นผักอายุปีเดียวที่ทนอากาศหนาวได้ดี ลักษณะภายนอกคล้ายทั้งเคลและผักกาดโรเมน แตกกอเป็นใบหนาแบน มีดอกเล็กสีขาวหรือสีเหลือง และจุดเด่นสำคัญคือกินได้ทั้งต้น ไม่ว่าจะเป็นใบ ก้าน หรือตัวดอกเอง

ต้นกำเนิดของกายหลาน
เชื่อกันว่าเดิมทีกายหลานปลูกกันมากในยุโรป ก่อนที่ชาวโปรตุเกสจะนำเข้าสู่จีน และหลังจากนั้นก็ได้รับความนิยมในเอเชียมากขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุด ชาวจีนก็นำกายหลานมาปรับใช้จนกลายเป็นส่วนสำคัญของอาหารจีน

กายหลานมีรสชาติอย่างไร?
กายหลานมีรสชาติคล้ายบรอกโคลีมากกว่ากะหล่ำปลีแบบที่เราคุ้นเคย แต่กลับละมุนและหวานกว่าบรอกโคลีเสียอีก ในอาหารเอเชียที่มักเน้นมิติรสชาติหลายชั้น กายหลานจึงเป็นผักที่ให้รสโดดเด่นเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม เมื่อปรุงสุกแล้ว รสชาติของมันจะอ่อนลงเล็กน้อย ผักชนิดนี้ดูดซับน้ำมันและไขมันได้ดี จึงช่วยพารสชาติของส่วนผสมต่าง ๆ ในจานให้กลมกล่อมยิ่งขึ้น

กายหลานในครัว
กายหลานนำไปปรุงได้สารพัด ไม่ว่าจะผัดในกระทะว็อก ลวก ต้ม หรือนึ่ง ก็ทำได้ง่ายมาก เพียงละลายเนยในกระทะ ใส่กายหลานลงไปผัด แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ เป็นเมนูง่าย ๆ แต่ได้ผลเกินคาด
ถ้าอยากลองทำอาหารเอเชียแบบจริงจัง อาจต้องเตรียมวัตถุดิบเพิ่มอีกเล็กน้อย ลองใช้กระเทียม งา หอมเจียว และขิง…. ลวกก้านและใบให้สุก สะเด็ดน้ำ แล้วราดกายหลานด้วยซอสหอยนางรม (เลื่อนลงไปด้านล่างเพื่อดูสูตรแบบเต็ม)
รสหวานเค็มของซอสจะซึมเข้าเนื้อผักและเข้ากันได้อย่างยอดเยี่ยม คุณยังสามารถนำไปผัดกับเนื้อวัวหรือปลาได้อีกด้วย ส่วนข้าวและของทอดก็เป็นเครื่องเคียงที่เข้ากันได้ดีมาก
คุณสามารถใช้กายหลานแทนกะหล่ำปลีจีนได้ในสูตรบะหมี่ผัดเนื้อจานนี้
ประโยชน์ของกายหลาน
แม้จะพบกายหลานได้ในอาหารจีนหลากหลายเมนู แต่ผักชนิดนี้ให้พลังงานค่อนข้างต่ำ จึงเป็นผักแคลอรีต่ำที่อุดมไปด้วยวิตามิน A และ C
อีกทั้งยังเป็นแหล่งของแคลเซียม ใยอาหาร และธาตุเหล็กที่ดี การเพิ่มกายหลานเข้าไปในมื้ออาหารเป็นประจำอาจช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ โดยรวมแล้ว ผักชนิดนี้มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อสุขภาพไม่น้อยเลย
หาซื้อกายหลานได้ที่ไหน?
ข่าวดีคือ ผักชนิดนี้หาซื้อได้ตลอดทั้งปีตามตลาด! แม้จะพบในร้านค้าทั่วไปไม่บ่อยนัก แต่ในร้านขายของเอเชียมักมีให้เลือกหลายแบบ
เลือกต้นที่สดใหม่ กายหลานควรมีสีเขียวสดสม่ำเสมอ หากต้องการรับประทานดอกด้วย ควรเลือกดอกที่ยังไม่แก่และยังไม่บานมากนัก
เก็บกายหลานอย่างไร?
เช่นเดียวกับผักตระกูลกะหล่ำส่วนใหญ่ กายหลานสดเก็บได้นานราว 1 สัปดาห์ ใส่ลงในถุงแช่แข็งแล้วเก็บไว้ในช่องผักของตู้เย็น จะช่วยยืดอายุความสดได้นานยิ่งขึ้น

Ingredients
- 2 กลีบ กระเทียมสับ
- 250 กรัม คะน้าจีน
- 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช
สำหรับซอส
- 1.5 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม
- 0.5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว
- 0.5 ช้อนชา ซีอิ๊วดำ
- 2 ช้อนชา เหล้าเส้าซิง
- 1 ช้อนชา น้ำมันงา
- 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ
- 1 ช้อนชา น้ำตาล
- 1 หยิบมือ พริกไทยขาว
- 1 หยิบมือ เกลือ
สำหรับปรับซอสให้ข้น
- 2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด
- 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำ
Instructions
- ตัดโคนและส่วนปลายที่แข็งออก จากนั้นผ่าคะน้าจีนตามยาวครึ่งหนึ่ง ล้างให้สะอาดเพื่อเอาเศษดินและกรวดออก (หากใช้คะน้าจีนคนละพันธุ์ โปรดอ่านหมายเหตุด้านล่าง) สะเด็ดน้ำให้หมาดแล้วพักไว้250 กรัม คะน้าจีน
- ผสมส่วนผสมซอสทั้งหมดในชามใบเล็ก คนให้เข้ากัน ชิมและปรับรสตามชอบ จากนั้นผสมแป้งข้าวโพดกับน้ำในชามอีกใบ1.5 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม, 0.5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว, 0.5 ช้อนชา ซีอิ๊วดำ, 2 ช้อนชา เหล้าเส้าซิง, 1 ช้อนชา น้ำมันงา, 1 ช้อนโต๊ะ น้ำ, 1 ช้อนชา น้ำตาล, 1 หยิบมือ พริกไทยขาว, 1 หยิบมือ เกลือ, 2 ช้อนชา แป้งข้าวโพด, 1.5 ช้อนโต๊ะ น้ำ
- ตั้งกระทะว็อกบนไฟกลาง พอกระทะร้อน ลดเป็นไฟอ่อนแล้วใส่น้ำมัน ตามด้วยกระเทียมสับ ผัดต่อเนื่องจนกระเทียมเริ่มเหลืองอ่อน ปิดไฟ แล้วรีบช้อนกระเทียมขึ้นทันทีด้วยกระชอน (หมายเหตุ: เมื่อกระเทียมเริ่มเหลืองจะไหม้เร็วและมีรสขม) เหลือน้ำมันกระเทียมไว้ในกระทะ2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช, 2 กลีบ กระเทียมสับ
- นำกระทะว็อกที่มีน้ำมันกระเทียมกลับขึ้นตั้งบนไฟแรง พอกระทะร้อนอีกครั้ง ใส่ผักลงไปทั้งหมดแล้วผัดเร็ว ๆ ประมาณ 1 นาที หรือจนกว่าก้านและใบจะเริ่มนิ่มลงเล็กน้อย
- ใส่ซอสลงไป แล้วค่อย ๆ เติมส่วนผสมแป้งข้าวโพดละลายน้ำเพื่อปรับความข้นตามต้องการ (อย่าลืมคนส่วนผสมแป้งข้าวโพดละลายน้ำให้เข้ากันก่อนใส่ทุกครั้ง) ตักใส่จาน โรยกระเทียมเจียว แล้วเสิร์ฟทันที
