สูตรโมจิไอศกรีมยอดนิยม ทำง่าย อร่อยได้ทั้งหน้าร้อนและหน้าหนาว
พูดกันตามตรง ผมชอบโมจิแบบคลาสสิกมากกว่าโมจิไอศกรีมอยู่พอสมควร แต่ก็น่าแปลกที่บ้านเรา แม้ผู้คนจะชื่นชอบอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมกันมาก โมจิไอศกรีมกลับเป็นเวอร์ชันที่คนรู้จักกันแพร่หลายที่สุด หลังจากได้รับอีเมลจากหลายคนที่ขอสูตรเข้ามา วันนี้เลยนำสูตรง่ายๆ มาฝากกัน
แต่ก็ต้องยอมรับว่า… หลังออกกำลังกายหรือในวันที่อากาศร้อนจัด ได้กินสักชิ้นนี่สดชื่นมากจริงๆ

โมจิไอศกรีมคืออะไร?
โมจิไอศกรีมก็คือโมจิญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมในเวอร์ชันเย็นฉ่ำ ชวนกิน แป้งโมจิเนื้อนุ่ม หนึบเล็กน้อย และหวานพอดี ห่อหุ้มไส้ด้านในที่เป็นเชอร์เบตเย็นชื่นใจหรือไอศกรีมเนื้อเนียน
ต่างจากโมจิแบบดั้งเดิมที่มักเกี่ยวข้องกับพิธีการและขั้นตอนการทำที่ค่อนข้างพิถีพิถัน โมจิไอศกรีมมีความทันสมัยกว่าและทำได้ง่ายกว่า เหมาะกับทุกโอกาส ตั้งแต่งานฉลองในครอบครัวไปจนถึงความอร่อยเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน

ของหวานชนิดนี้ทำให้การกินไอศกรีมสนุกขึ้นอีกขั้น แถมยังเปิดทางให้ครีเอตรสชาติและไส้ได้ไม่รู้จบ ตั้งแต่ครีมงาดำแบบดั้งเดิม ไปจนถึงไอศกรีมรสมาลาบาร์
ส่วนผสมหลักสำหรับทำโมจิไอศกรีม

แป้งข้าวเหนียว : เป็นหัวใจสำคัญของสูตรนี้ ใช้แป้งข้าวเจ้าหรือแป้งสาลีแทนไม่ได้
แป้งข้าวโพด: ใช้เหมือนตอนทำแป้งเกี๊ยวซ่า คือช่วยลดความเหนียวติดของแป้ง ทำให้นวดและขึ้นรูปได้ง่ายขึ้น


Ingredients
- 135 กรัม แป้งข้าวเหนียว
- 50 กรัม น้ำตาล
- 2 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลไอซิง
- 235 มล. น้ำ
- สีผสมอาหารสีแดงเล็กน้อย
- แป้งข้าวโพด สำหรับโรย
- ไอศกรีม รสโปรด
Instructions
แช่แข็งไอศกรีมเป็นก้อน
- รองถาดด้วยกระดาษรองอบ
- ใช้ช้อนตักไอศกรีมขนาดเล็กตักไอศกรีมเป็นก้อนอย่างรวดเร็ว แล้ววางลงบนกระดาษ

- กดไอศกรีมให้แน่นขณะปั้น และทำฐานให้แบนเล็กน้อยเพื่อให้วางบนถาดได้มั่นคง
- นำไปแช่แข็ง 1 ชั่วโมง
ทำแป้งโมจิ
- ผสมแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และน้ำตาลไอซิงในชามที่เข้าไมโครเวฟได้

- เติมน้ำและสีผสมอาหาร แล้วคนจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

- ปิดชามด้วยพลาสติกแรป แล้วนำแป้งโมจิเข้าไมโครเวฟ 1 นาที

- พรมน้ำบนไม้พายเล็กน้อยเพื่อไม่ให้แป้งติด แล้วใช้พับส่วนผสมไปมาหลายครั้ง

- ปิดชามอีกครั้ง แล้วนำเข้าไมโครเวฟ 1 นาที
- พับแป้งอีกครั้ง แล้วนำเข้าไมโครเวฟต่ออีก 30 วินาที
- แป้งโมจิควรมีผิวเงาเล็กน้อย หากยังไม่ได้ลักษณะนี้ ให้นำเข้าไมโครเวฟเพิ่มอีก 30 วินาที
รีดแป้งโมจิ
- วางกระดาษรองอบบนโต๊ะทำงาน แล้วโรยแป้งข้าวโพดบาง ๆ ให้ทั่ว

- ใช้พายยางแซะแป้งโมจิออกจากชามแล้ววางลงบนกระดาษ (ระวัง แป้งจะร้อนมาก อย่าใช้มือสัมผัสโดยตรง)

- โรยแป้งข้าวโพดบนก้อนแป้งด้านบน

- ใช้ไม้คลึงรีดแป้งโมจิให้เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่

- หากแป้งติดระหว่างรีด ให้โรยแป้งข้าวโพดเพิ่มเป็นระยะเพื่อไม่ให้ติด
- รีดแป้งให้หนาประมาณ 0.6 ซม.
- ยกกระดาษรองอบพร้อมแป้งที่รีดแล้ววางบนถาดอบ แล้วแช่เย็น 30 นาที
เตรียมพลาสติกแรป
- ใช้กรรไกรตัดพลาสติกแรปเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่ (หนึ่งแผ่นต่อไอศกรีมหนึ่งก้อน)

- โมจิแต่ละชิ้นต้องห่อด้วยพลาสติกแรปก่อนนำไปแช่แข็ง
ห่อไอศกรีม
- นำแป้งออกจากตู้เย็น แล้วใช้พิมพ์วงกลม (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 8 ซม.) กดตัดแป้งเป็นแผ่นวงกลม

- แผ่นแป้งควรมีขนาดใหญ่พอสำหรับจับจีบปิดรอบไอศกรีม
- หยิบแผ่นแป้งขึ้นมา 1 แผ่น แล้วปัดแป้งข้าวโพดด้านบนออกเบา ๆ (ใช้แปรงทาขนมแห้งช่วยได้)
- ทำทีละก้อน โดยเก็บไอศกรีมก้อนที่เหลือไว้ในช่องแช่แข็งเพื่อไม่ให้ละลาย วางไอศกรีม 1 ก้อนไว้กลางแผ่นโมจิ แล้วหุ้มแป้งรอบไอศกรีมอย่างเบามือ

- บีบขอบแป้งโมจิให้ปิดสนิท

- วางโมจิลงบนพลาสติกแรป รวบมุมทั้งสี่เข้าหากันตรงกลาง แล้วบิดด้านบนให้แน่นเพื่อปิดให้สนิท

แช่แข็ง
- นำโมจิกลับเข้าแช่แข็ง โดยคว่ำด้านที่บิดของพลาสติกแรปลง
- ทำซ้ำจนหมดแป้งและไอศกรีม
- แช่แข็งโมจิไอศกรีมอย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนรับประทาน
- เมื่อแช่แข็งดีแล้ว ให้เก็บทั้งที่ยังห่อด้วยพลาสติกแรปไว้ในถุงหรือภาชนะสำหรับแช่แข็งได้นานสูงสุด 3 เดือน
- พักไว้ให้แป้งนิ่มลงเล็กน้อยก่อนรับประทาน
Notes
- เนยถั่ว: ใส่เนยถั่ว 2 ช้อนโต๊ะลงไปทันทีหลังนำแป้งออกจากไมโครเวฟ
- ช็อกโกแลต: ใส่ผงโกโก้ 1 ช้อนชาก่อนนำแป้งเข้าไมโครเวฟ
- มัทฉะ: ใส่ผงมัทฉะ 1 ช้อนชาก่อนนำแป้งเข้าไมโครเวฟ
- วานิลลา: เติมวานิลลาสกัด 1 ช้อนชาลงในแป้งก่อนนำเข้าไมโครเวฟ
- มะพร้าว: เติมกะทิ 1 ช้อนโต๊ะลงในแป้งก่อนนำเข้าไมโครเวฟ
