สูตรข้าวขาหมูตำรับดั้งเดิมแสนอร่อย ที่จะทำให้ครัวของคุณอบอวลไปด้วยกลิ่นชวนหลงใหลแบบไนต์มาร์เก็ตไทย
ถ้ามีเมนูหนึ่งที่ผมนึกถึงทันทีเมื่อพูดถึงอาหารไทย เมนูนั้นก็คือ Khao Kha Moo (ข้าวขาหมู) ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “หมูตุ๋นกับข้าว” และเป็นหนึ่งในสตรีทฟู้ดยอดนิยมที่สุดของไทย เหมือนกับข้าวมันไก่ที่พบเห็นได้ทั่วไป ถ้าคุณลองสังเกตดี ๆ จะเห็นเมนูนี้อยู่แทบทุกหัวมุมถนน

ในไนต์มาร์เก็ต แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองข้ามกองขาหมูชิ้นมหึมาเหล่านี้ที่ส่งกลิ่นหอมชวนหิวแบบสุด ๆ สรุปง่าย ๆ คือ เมนูนี้ไม่ได้มีแค่หมูตุ๋นเท่านั้น เช่นเดียวกับจกบัลเกาหลีหรือหมูพะโล้ มันมักเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียงและน้ำจิ้มหลากหลายอย่าง ซึ่งเราจะพาไปทำความรู้จักกันในบทความนี้
Khao Kha Moo คืออะไร?
ถึงตรงนี้คุณคงรู้แล้วว่ามันคือหมูตุ๋น แต่ไม่ได้มีแค่นั้น! Kha Moo (ขาหมู) ใช้เรียกขาหมูตุ๋น และถ้าคุณสั่งแค่นั้น สิ่งที่จะได้ในจานก็คือขาหมูทั้งชิ้น ใช่ครับ ทั้งชิ้นเลย ผมเคยสั่งแบบนั้นมากกว่าหนึ่งครั้งไหม? หมอประจำตัวของผมอ่านบทความของผมอยู่ ดังนั้นขอไม่ตอบดีกว่า

แต่ถ้าคุณสั่งเต็ม ๆ ว่า Khao Kha Moo คุณจะได้มาครบชุด: ขาหมูที่เคี่ยวในน้ำพะโล้รสหวานเค็มนานหลายชั่วโมงจนนุ่มสุด ๆ ข้าวสวย น้ำพะโล้ราดมาอย่างพอดี น้ำจิ้ม ผักกาดดอง ผักชี และไข่พะโล้
เรียกว่าเป็นมื้อที่ครบเครื่องสุด ๆ !

เกร็ดเล็ก ๆ อีกอย่างคือ คุณสามารถสั่ง “Kawki” (ข้อกิ) ได้ ซึ่งเป็นชิ้นตัดทรงกลมหนาจากส่วนเหนือเท้าหมูบริเวณข้อต่อ ถ้าให้อธิบายง่ายที่สุด มันก็คือแว่นเท้าหมูที่อัดแน่นด้วยคอลลาเจนและเจลาติน มีเนื้อมากขึ้นเล็กน้อย และกระดูกน้อยกว่าเท้าหมูทั้งชิ้น ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก

ปิดท้ายส่วนนี้กันสวย ๆ ถ้าคุณหลงรักหมูตุ๋นสไตล์จีนของผม หมูคาราเมลเวียดนาม และเมนูเนื้อตุ๋นนุ่มละลายอื่น ๆ จานนี้เกิดมาเพื่อคุณเลย
วัตถุดิบหลักของข้าวขาหมู

ซีอิ๊วดำ : ซีอิ๊วที่ข้นและสีเข้มกว่า ช่วยให้สีของจานนี้สวยเข้ม และเพิ่มรสอูมามิให้เด่นชัดยิ่งขึ้น
ซีอิ๊วขาว : ซีอิ๊วที่เหลวกว่าและเค็มกว่า ใช้ปรุงรสโดยไม่ทำให้ส่วนผสมมีสีเข้มเกินไป
น้ำตาลปาล์ม : น้ำตาลที่มีรสลึกและกลิ่นคาราเมลอ่อน ๆ ช่วยถ่วงดุลความเค็มของซีอิ๊ว และช่วยให้ขาหมูเกิดสีสวยเงางาม จะใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนก็ได้
เครื่องเทศจีนห้าชนิด : เครื่องเทศผสมแบบฉบับอาหารจีน (โป๊ยกั๊ก อบเชย กานพลู พริกไทยเสฉวน และเม็ดยี่หร่า) ที่ช่วยเพิ่มความหอมอบอุ่นและมิติของรสชาติให้จานนี้
รากผักชี: วัตถุดิบคู่ครัวไทย ถ้าไม่มีใช้ก้านผักชีแทนได้
โป๊ยกั๊ก : เพิ่มกลิ่นหอมหวานเฉพาะตัวและรสหวานนุ่ม ๆ ให้กับน้ำซุป
อบเชยจีน : ใช้เป็นแท่งเพื่อต้มให้น้ำซุปมีกลิ่นหอมหวานละมุนและโทนไม้
เห็ดชิตาเกะ : เพิ่มเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบและรสอูมามิให้กับจานนี้หลังแช่น้ำจนนิ่ม
พริกขี้หนูไทย: สามารถใช้พริกเผ็ดชนิดอื่นแทนได้ หรือจะไม่ใส่เลยก็ได้ถ้าคุณไม่กินเผ็ด
ข้าวหอมมะลิ : ข้าวเนื้อนุ่มหอมละมุน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับซึมซับน้ำพะโล้เข้มข้นของจานนี้
น้ำส้มสายชูข้าว : ช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวเล็กน้อยเพื่อตัดความเข้มข้นของจานนี้ โดยใช้ในน้ำจิ้มกระเทียมแบบไทย

ส่วนผสม
- 1 ขาหมู ชิ้นใหญ่ หนักประมาณ 1-2 กก.
- 2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ
- 5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว
- 8 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลโตนด หรือน้ำตาลมะพร้าว
- 2 ช้อนชา เกลือ
- 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช
- 2 ช้อนโต๊ะ ผงห้าเครื่องเทศจีน
- 1.5 ลิตร น้ำ
เครื่องหอม
- 4 โป๊ยกั๊ก
- 2 แท่งอบเชย
เครื่องโขลก
- 4 รากผักชี หากไม่มี ใช้ก้านผักชีแทนโดยไม่ต้องใส่ใบ
- 4 กลีบ กระเทียม
- 1 ช้อนชา เม็ดพริกไทยดำ
- 0.25 ช้อนชา เกลือ
- 2 ช้อนโต๊ะ น้ำ สำหรับเริ่มผัดเครื่อง
เครื่องเคียง
- 4 ไข่ต้ม ปอกเปลือกแล้ว
- ชอยซัม ใส่ตามชอบ
- ผักกาดดอง ใส่ตามชอบ
- 6 เห็ดหอม แห้ง
- ข้าวหอมมะลิ นึ่งสุก
น้ำจิ้มกระเทียมแบบไทย
- 3 ช้อนโต๊ะ กระเทียม ซอยละเอียด
- 2 รากผักชี ซอยละเอียด หากไม่มี ใช้ก้านผักชีแทนโดยไม่ต้องใส่ใบ
- 2 พริกขี้หนูไทย เม็ดเล็ก ซอยละเอียด
- 2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูข้าว
วิธีทำ
วิธีทำ
- แช่เห็ดหอมแห้งในน้ำอย่างน้อย 30 นาที6 เห็ดหอม
- แช่โป๊ยกั๊กและแท่งอบเชยในน้ำ 10 นาที แล้วสะเด็ดน้ำให้แห้ง4 โป๊ยกั๊ก, 2 แท่งอบเชย

- โขลกส่วนผสมสำหรับเครื่องโขลกในครกให้พอหยาบ4 รากผักชี, 4 กลีบ กระเทียม, 1 ช้อนชา เม็ดพริกไทยดำ, 0.25 ช้อนชา เกลือ

- ทาน้ำมันให้ทั่วขาหมู1 ขาหมู, 2 ช้อนโต๊ะ น้ำมันพืช

- ใส่น้ำมันลงในหม้อใบใหญ่หรือกระทะก้นลึก ตั้งไฟกลางให้ร้อน แล้วผัดเครื่องโขลกประมาณ 1 นาทีจนหอม

- ใส่น้ำตาลโตนดและน้ำ 2 ช้อนโต๊ะลงไป คนจนน้ำตาลละลายเข้ากันดี8 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลโตนด, 2 ช้อนโต๊ะ น้ำ

- ใส่ผงห้าเครื่องเทศจีน แล้วคนให้เข้ากันจนส่วนผสมเนียนสม่ำเสมอ2 ช้อนโต๊ะ ผงห้าเครื่องเทศจีน

- ใส่ขาหมูลงไป กลับด้านไปมาประมาณ 5 นาที

- เติมน้ำให้ท่วมขาหมูประมาณ 3/41.5 ลิตร น้ำ

- ใส่แท่งอบเชย โป๊ยกั๊ก และเห็ดที่แช่น้ำจนนุ่มแล้ว

- ใส่ซีอิ๊วขาว ซีอิ๊วดำ และเกลือ2 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วดำ, 5 ช้อนโต๊ะ ซีอิ๊วขาว, 2 ช้อนชา เกลือ

- ปิดฝา เร่งไฟให้เดือดพล่าน จากนั้นลดเป็นไฟอ่อน

- เคี่ยวด้วยไฟอ่อน 3 ชั่วโมง คอยตรวจดูเป็นระยะและเติมน้ำเพิ่มหากจำเป็น
- ผ่าครึ่งเห็ดที่คืนตัวแล้ว แล้วตัดก้านทิ้ง

- เมื่อเคี่ยวได้ 2 ชั่วโมงครึ่ง ให้ใส่ไข่ต้มลงไป4 ไข่ต้ม

- ใส่เห็ดกลับลงไปอีกครั้ง
- เมื่อครบ 3 ชั่วโมงแล้ว นำเนื้อขึ้นมาหั่นสำหรับจัดเสิร์ฟ

- ปล่อยให้ไข่และเห็ดเคี่ยวอยู่ในน้ำซุปต่อไปจนกว่าจะพร้อมเสิร์ฟ
น้ำจิ้มกระเทียมแบบไทย
- โขลกกระเทียม รากผักชี และพริกขี้หนูไทยในครกให้พอหยาบ3 ช้อนโต๊ะ กระเทียม, 2 รากผักชี, 2 พริกขี้หนูไทย

- ตักใส่ชามใบเล็ก แล้วผสมกับน้ำส้มสายชูข้าว2 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชูข้าว

จัดเสิร์ฟ
- ตักไข่และเห็ดออกจากน้ำซุป

- เร่งไฟ แล้วเคี่ยวน้ำซอสให้ลดลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้รสเข้มข้นขึ้น
- ลวกชอยซัมในน้ำซุป แล้วหั่นเป็นท่อนขนาด 1.5-2 ซม.ชอยซัม

- เสิร์ฟทันทีพร้อมข้าวหอมมะลินึ่ง รับประทานคู่กับผักกาดดอง เห็ดหั่น และไข่หั่นข้าวหอมมะลิ, ผักกาดดอง
