คาเนลบุลเลอ (ซึ่งพอจะแปลได้ว่า “ขนมปังบริยอชอบเชย”) เป็นขนมอบที่พบได้บ่อยในอเมริกาเหนือและยุโรปเหนือ และเริ่มได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงทศวรรษ 1920 ภายใต้ชื่อซินนามอนโรลล์ ขนมอบอบเชยชนิดนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นเมื่อวัตถุดิบต่าง ๆ หาซื้อได้ง่ายขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง คลิกที่นี่เพื่ออ่านเรื่องราวของซินนามอนโรลล์เพิ่มเติม.

ทุกวันนี้ซินนามอนโรลล์กลายเป็น ขนมคลาสสิกแบบอเมริกัน ไปแล้ว หน้าตาดีจนถ่ายลงอินสตาแกรมได้สวยสุด ๆ แต่ในยุโรปก็มักมีการทำเลียนแบบกันบ่อยเกินไป จนได้ผลลัพธ์ที่แม้จะดูสวย แต่กลับแข็ง แห้ง และมีเนื้อสัมผัสไม่เหมือนต้นฉบับเลย
ผมว่ามันน่าแปลกเหมือนกันที่ในดินแดนแห่งขนมปังบริยอช ซินนามอนโรลล์จากร้านเบเกอรี่หลายแห่งกลับจืดและแห้ง แต่โชคดีที่ถ้าลงมือทำเองสักหน่อย คุณก็ทำให้อร่อยมาก ๆ ได้ที่บ้าน
ต่างจากสูตรขนมอบแบบฝรั่งเศส ตำรับนี้ไม่ได้เน้นความประณีต แต่เน้นความอร่อยแบบจัดเต็ม
วันนี้เป็นวันโชคดีของคุณ เพราะผมจะเผยสูตรต้นตำรับที่ได้แรงบันดาลใจจากสูตรของ Joshua Weissman เชฟที่ผมชื่นชมมาก

เคล็ดลับทำซินนามอนโรลล์
เรื่องปริมาณแป้ง: ปริมาณแป้งที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของแป้งที่ใช้ หากนวดดีแล้วแป้งโดว์ยังเหนียวเกินไป ก็สามารถเติมแป้งเพิ่มได้อีกเล็กน้อย

วานิลลาสกัด: วานิลลาสกัดสัก 2-3 หยด หรือใช้เมล็ดจากฝักวานิลลาเล็กน้อย จะช่วยยกระดับไอซิงซินนามอนโรลล์ให้อร่อยยิ่งขึ้น
การเตรียม ล่วงหน้าหนึ่งวัน: ผมทำแบบนี้อยู่บ่อย ๆ คือเตรียมไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้วค่อยอบในวันถัดไป เมื่อจัดโรลลงในถาดอบแล้ว ให้คลุมด้วยแรปพลาสติกและแช่ตู้เย็นไว้จนถึงวันรุ่งขึ้น แต่ต้องนำออกมาพักไว้นานพอสมควร อย่างน้อยมากกว่า 6 ชั่วโมง เพื่อให้แป้งกลับสู่อุณหภูมิห้อง ยีสต์ตื่นตัว และเริ่มขึ้นฟูอีกครั้ง อาจมีน้ำสีน้ำตาลออกมาที่ก้นถาดบ้าง ปล่อยไว้ได้เลย เพราะระหว่างอบมันจะคาราเมลไลซ์อย่างอร่อย

อุณหภูมิของนม: ตรวจสอบให้แน่ใจว่านมอุ่น ไม่ใช่ร้อน ก่อนใส่ยีสต์ เพราะนมที่ร้อนเกินไปอาจฆ่ายีสต์และทำให้แป้งไม่ขึ้นฟูอย่างที่ควร
การเก็บรักษา: หากไม่ได้รับประทานทั้งหมดทันที ซินนามอนโรลล์สามารถเก็บในตู้เย็นได้ดีอยู่หลายวัน และอุ่นเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟเพื่อให้กลับมานุ่มฟูอีกครั้ง
การม้วน: ผมอยากย้ำให้ค่อย ๆ ม้วนทีละนิด นี่คือหัวใจสำคัญของซินนามอนโรลล์ที่สวยและอร่อย เราต้องการเกลียวที่แน่นและชัดเจน

เพิ่มถั่ว: ถ้าอยากเพิ่มสัมผัสกรุบกรอบอีกนิด ลองใส่วอลนัตหรือพีแคนคาราเมลลงไปได้เลย
หรือจะเสิร์ฟคู่กับคุกกี้ก็อร่อยเข้ากันมาก
ทางเลือกอื่นแทนอบเชย
แน่นอน ตามชื่อแล้วโรลอบเชยก็ต้องมีอบเชย… แต่ถ้าไม่ใช่รสโปรดของคุณจริง ๆ ผมแนะนำให้ใช้ผงช็อกโกแลตแทน หรือจะเปลี่ยนน้ำตาลและอบเชยทั้งหมดเป็นพราลิเน่โฮมเมด เช่น เฮเซลนัตหรือพีแคน ก็อร่อยไม่แพ้กัน

Ingredients
ตัวแป้ง
- 620 g แป้งสาลี T55 แนะนำให้ใช้แป้ง T55 ผสมกับ T65 จะได้ผลลัพธ์ดีกว่า
- 107 g น้ำตาลทรายขาว หรือที่เรียกว่าน้ำตาลคริสตัลหรือน้ำตาลเม็ด
- 6 g เกลือ
- 84 g เนยจืด พักให้นิ่ม (ไม่ต้องละลาย)
- 235 g นมสดเต็มมันเนย อุ่นเล็กน้อย อุณหภูมิประมาณ 33-37 องศาเซลเซียส
- 7 g ยีสต์สำเร็จรูป ไม่ใช่ผงฟู แต่เป็นยีสต์สำหรับทำขนมปังชนิดเม็ด
- 2 ไข่
- 1 ไข่แดง
ไส้
- 225 g น้ำตาลทรายแดง หรือบราวน์ชูการ์
- 14 g น้ำตาลอ้อย
- 17 g อบเชยป่น
- 100 g เนยจืด พักให้นิ่ม (ไม่ต้องละลาย)
ไอซิ่ง
- 115 g ครีมชีส เช่น Philadelphia
- 90 g น้ำตาลไอซิ่ง หรือน้ำตาลป่นละเอียด
- 45 ml นมสดเต็มมันเนย
- 1 ช้อนชา สารสกัดวานิลลา หรือใช้เมล็ดจากฝักวานิลลา ทั้งสองอย่างไม่ใส่ก็ได้
Instructions
- ใส่แป้ง น้ำตาลทรายขาว และเกลือลงในชาม แล้วใช้ตะกร้อคนให้เข้ากัน620 g แป้งสาลี T55, 107 g น้ำตาลทรายขาว, 6 g เกลือ
- ใส่เนยที่พักจนนิ่มแล้วลงไป คลุกด้วยส้อม 2 คันให้เข้ากันดี หรือจะใช้มือคลึงเบา ๆ ก็ได้ เพื่อให้เนยกระจายเข้ากับแป้งทั่วถึง84 g เนยจืด
- ผสมนมสดเต็มมันเนยอุ่น ๆ กับยีสต์สำเร็จรูปในภาชนะอีกใบ คนด้วยตะกร้อให้เข้ากัน แล้วพักไว้ 5 นาที235 g นมสดเต็มมันเนย, 7 g ยีสต์สำเร็จรูป
- ใช้ตะขอนวดแป้งที่ความเร็วปานกลางค่อนข้างต่ำ ค่อย ๆ ใส่ส่วนผสมนมกับยีสต์ ไข่ทั้งฟอง และไข่แดงลงในส่วนผสมแป้ง นวด 5-10 นาที จนได้แป้งโดว์เนียนและจับตัวแน่น หรือจะนวดด้วยมือประมาณ 30 นาทีแทนก็ได้ แล้วข้ามการนวดในขั้นตอนที่ 52 ไข่, 1 ไข่แดง
- ย้ายแป้งไปนวดต่อบนโต๊ะที่โรยแป้งบาง ๆ อีก 1-3 นาที หากแป้งเหนียวเกินไปให้โรยแป้งเพิ่มเล็กน้อย
- วางแป้งลงในชามที่ทาไขมันไว้ คลุมด้วยพลาสติกแรป แล้วพักในที่อุ่น (20-25 องศา) ประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที หรือจนแป้งขึ้นเป็น 2 เท่า

- เมื่อแป้งพร้อมแล้ว ผสมน้ำตาลทรายแดง น้ำตาลอ้อย และอบเชยป่นเข้าด้วยกันในชาม225 g น้ำตาลทรายแดง, 14 g น้ำตาลอ้อย, 17 g อบเชยป่น
- วางแป้งบนพื้นผิวที่โรยแป้งไว้ แล้วใช้ไม้นวดคลึงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ (ยาวประมาณ 65 ซม. และกว้าง 35 ซม.) หากแป้งเริ่มติด ให้โรยแป้งที่ไม้นวดเพิ่มได้

- ทาเนยจืดที่พักจนนิ่มแล้วให้ทั่วแผ่นแป้ง จะใช้แปรงสำหรับทำขนมช่วยก็ได้100 g เนยจืด

- โรยไส้น้ำตาลให้ทั่วแผ่นแป้งอย่างสม่ำเสมอ แล้วใช้มือตบเบา ๆ ให้ไส้ติดกับแป้งดีขึ้น

- ม้วนแป้งให้แน่นจากล่างขึ้นบนตามด้านยาว โดยค่อย ๆ ม้วนทีละนิด

- ตัดเป็นชิ้นหนาประมาณ 5 ซม. อย่างเบามือ

- ทาไขมันในถาดอบ รองก้นพิมพ์ด้วยกระดาษรองอบ (ไม่ใส่ก็ได้) แล้ววางโรลล์โดยหงายด้านลายเกลียวขึ้น จากนั้นคลุมด้วยพลาสติกแรป

- พักให้ขึ้นฟูที่อุณหภูมิห้องอีก 30-45 นาที หรือหากต้องการอบในวันถัดไป ให้แช่ตู้เย็นไว้ข้ามคืน ก่อนพักให้ขึ้นฟูรอบนี้ (ดูหมายเหตุ)

- นำเข้าอบในเตาอบที่อุ่นไว้ล่วงหน้าที่ 175 องศา นาน 17-20 นาที (อย่าลืมเอาพลาสติกแรปออกก่อน) จากนั้นพักไว้ในพิมพ์ 15 นาทีให้คลายร้อน

- ทำไอซิ่งโดยตี Philadelphia ให้เนียนก่อน จากนั้นใส่น้ำตาลไอซิ่งแล้วตีต่อจนเนียน ค่อย ๆ เติมนมสดเต็มมันเนยและตีให้เข้ากัน ส่วนผสมจะค่อนข้างเหลวเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ115 g ครีมชีส, 90 g น้ำตาลไอซิ่ง, 45 ml นมสดเต็มมันเนย

- ราดไอซิ่งบนโรลล์ แล้วเสิร์ฟได้เลย
