แกงกะหรี่ถูกนำเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในสมัยเมจิ (1868-1912) โดยกองทัพเรืออังกฤษ ซึ่งนำเครื่องเทศผสมที่เรียกว่า ผงกะหรี่ เข้ามาด้วย ผงชนิดนี้ถือเป็นพื้นฐานของ kare-ko.
ผงกะหรี่ญี่ปุ่นที่รู้จักกันในชื่อ Aka Kan (赤缶) วางจำหน่ายครั้งแรกโดย S&B Foods เมื่อปี 1923 และนับจากนั้นเป็นต้นมาก็ครองส่วนแบ่งตลาดในญี่ปุ่นมากกว่า 80%

ผงกะหรี่ของ S&B ทำจากเครื่องเทศคั่วมากกว่า 30 ชนิด นำมาบดเป็นผง คลุกเคล้าเข้าด้วยกัน และบ่มจนได้กลิ่นรสที่กลมกล่อม ส่วนผสมหลัก ได้แก่ ขมิ้น ลูกผักชี ยี่หร่า เฟนูกรีก พริกไทย พริก เปลือกส้ม และเครื่องเทศอื่นๆ

นับแต่นั้นมา ผงกะหรี่บรรจุกระป๋องก็กลายเป็นวัตถุดิบหลักในครัวญี่ปุ่นทั้งตามบ้านและในร้านอาหาร รสชาติของแกงกะหรี่ชนิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานของวัฒนธรรมแกงกะหรี่แบบญี่ปุ่น และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
คุณอาจคิดว่าแค่เติมผงนี้ลงในน้ำซุปก็เรียบร้อย ได้แกงกะหรี่ญี่ปุ่นโฮมเมดแบบเสร็จทันใจ? ไม่ใช่เลย! ถ้าอย่างนั้นคงง่ายเกินไป ที่จริงแล้ว ผงนี้เป็นส่วนสำคัญในการทำรูซ์แกงกะหรี่ญี่ปุ่นต่างหาก ซึ่งเป็นตัวช่วยให้น้ำซุปข้นขึ้นได้ทันที
หมายเหตุ: ถ้าอยากเพิ่มความจัดจ้าน ให้เปลี่ยนยี่หร่าครึ่งหนึ่งเป็นยี่หร่าดำ


Equipment
- 1 ครก
Ingredients
สำหรับเพิ่มสีสัน
- 1 ช้อนโต๊ะ ขมิ้นผง
- 1 ช้อนชา ผงปาปริก้า
สำหรับกลิ่นหอม
- 1 ใบกระวาน
- 1 ช้อนโต๊ะ เมล็ดผักชี
- 1 ช้อนโต๊ะ เมล็ดยี่หร่า
- 1 ช้อนชา กานพลู
- 0.5 ช้อนชา เมล็ดเฟนเนล
- 0.5 ช้อนชา ลูกจันทน์เทศ
- 1 ช้อนชา กระวาน
- 1 ช้อนชา อบเชย
- 0.5 ช้อนชา กระเทียมผง
- 2 ช้อนชา เมล็ดลูกซัด ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
สำหรับความเผ็ดร้อน
- 0.5 ช้อนชา พริกไทยดำ
- 0.5 ช้อนชา พริกคาเยนน์
- 0.5 ช้อนชา ขิงผง
Instructions
- โขลกหรือบดเครื่องเทศที่ยังไม่เป็นผงให้ละเอียดจนเป็นผง

- ใส่เครื่องเทศทั้งหมดที่เลือกใช้ลงในชามขนาดกลางหรือใหญ่ แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากันจนกระจายสม่ำเสมอ

- ปิดฝาโหลให้สนิท แล้วเก็บไว้ในที่เย็นและมืด หรือแช่ช่องแช่แข็งได้นาน 2 เดือน

