อยากได้ขนมช็อกโกแลตที่ตัดออกมาแล้วเห็นทั้งสามชั้นอย่างชัดเจน ชั้นล่างเข้มข้น ชั้นกลางนุ่มนวลขึ้น และชั้นบนหอมละมุนแทบจะเหมือนวานิลลาไหม? เค้กมูสก้อนนี้ทำได้โดยไม่ใช้เจลาติน ไข่ หรือกลูเตน ฐานกรุบกรอบกำลังดี ก่อนจะตามด้วยมูสเนื้อเนียนที่แบ่งชั้นสวยชัด
หัวใจสำคัญคือทำอย่างประณีต ชั่งส่วนผสมให้แม่นยำ และปล่อยให้ความเย็นทำหน้าที่ของมัน สูตรนี้เป็นอีกหนึ่งในสูตรขนมอบปราศจากกลูเตนของฉัน

เค้กมูสช็อกโกแลตวีแกนปราศจากกลูเตนคืออะไร? ’’
นี่คืออองเทรเมต์ที่ประกอบด้วยมูสช็อกโกแลตวีแกนสามชั้น ได้แก่ ดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนมจากพืช และไวท์ช็อกโกแลต วางอยู่บนฐานเศษเค้กหรือบิสกิตช็อกโกแลตปราศจากกลูเตน สูตรของเชฟ Rommel Reyes นี้ไม่เติมน้ำตาล ไม่ใช้เจลาติน และไม่มีไข่ เค้กอยู่ตัวได้ด้วยส่วนผสมของช็อกโกแลตละลายกับครีมจากพืชที่ตีฟูแล้วค่อย ๆ ตะล่อมเข้าด้วยกันเท่านั้น นี่เป็นหนึ่งในขนมปราศจากแลคโตสที่ดูอลังการที่สุดที่ฉันเคยเผยแพร่
จะประกอบเค้กในพิมพ์วงแหวนหรือแก้วขนมก็ได้ ทั้งสองแบบใช้หลักการเดียวกัน คือทำฐานให้แน่น แล้วเทหรือบีบมูสลงไปทีละชั้น โดยรอให้แต่ละชั้นเซตตัวก่อนใส่ชั้นถัดไป
ที่มาของสูตร
เชฟ Rommel Reyes เริ่มจากเค้กสปันจ์ช็อกโกแลตวีแกนปราศจากกลูเตนที่เหลือจากการทำอองเทรเมต์อีกชิ้นหนึ่ง เมื่อมีเหลืออยู่มาก เขาจึงนำไปอบให้แห้งแล้วบดเป็นเศษละเอียดเพื่อทำฐานเค้กมูสนี้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่สูตรนี้ทำได้สองทาง คือใช้เค้กสปันจ์ช็อกโกแลตที่อบไว้แล้วให้เกิดประโยชน์ หรือเริ่มจากแครกเกอร์ช็อกโกแลตแบบเกรแฮมที่เป็นวีแกนและปราศจากกลูเตนเช่นกัน
ส่วนผสมหลัก
ฐานทำจากเศษเค้กหรือบิสกิตช็อกโกแลตผสมกับเนยจากพืชละลาย จะใช้เค้กสปันจ์ช็อกโกแลตวีแกนปราศจากกลูเตนที่เหลืออยู่ หรือแครกเกอร์หรือบิสกิตช็อกโกแลตแบบเกรแฮมชนิดใดก็ได้ ขอเพียงเป็นวีแกนและปราศจากกลูเตน ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน ต้องบดให้ละเอียด ไม่ใช่เหลือเป็นชิ้นหยาบ ๆ
ถ้าใช้เค้กสปันจ์ที่เหลืออยู่ ให้หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อน แล้วอบให้แห้งที่ 120°C อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนนำไปปั่น เครื่องบดสับช่วยให้ได้เศษละเอียด แต่จะบดบิสกิตด้วยมือโดยไม่ใช้เครื่องก็ได้ ทั้งสองวิธีใช้ได้ดี หลังอบแห้งแล้วก็บดให้ละเอียดเหมือนที่ทำกับแครกเกอร์โฮมเมด
ส่วนมูสต้องใช้ช็อกโกแลตวีแกนสามชนิด ได้แก่ ดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตนมจากพืช และไวท์ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตสำหรับทำขนมอย่าง Felchlin และ Valrhona เป็นตัวเลือกชั้นเยี่ยมสำหรับงานอบ แต่ยี่ห้ออื่นก็ใช้ได้ดีเช่นกัน ทุกชั้นใช้หลักการเดียวกัน คือหลอมช็อกโกแลตกับครีมจากพืช แล้วตะล่อมครีมที่ตีฟูแล้วลงไป
สำหรับครีมจากพืช แนะนำ Surewhip โดยมี Califia Heavy Whip Dream เป็นอีกตัวเลือกที่ใช้ได้ดี ผลิตภัณฑ์จากพืชไม่ได้ให้ผลเหมือนกันทั้งหมดเมื่อใช้ทำขนม สูตรนี้ให้ชั่งทุกอย่างเป็นกรัมในระบบเมตริก และแปลงหน่วยเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น สำหรับขนมที่ประกอบเป็นชั้นแบบนี้ ความแม่นยำส่งผลโดยตรงต่อการอยู่ตัวของแต่ละชั้น

เทคนิคสำคัญและข้อผิดพลาดที่ควรเลี่ยง
สิ่งสำคัญคือโครงสร้างของขนม เพราะไม่มีทั้งเจลาตินและไข่ มูสแต่ละชั้นจึงอยู่ตัวด้วยช็อกโกแลตละลายกับครีมจากพืชที่ตีฟูแล้วตะล่อมลงไป ดังนั้นต้องทำตามลำดับ ให้เวลาแช่เย็นเพียงพอ และใส่ใจสภาพของส่วนผสมในขณะประกอบเค้ก
เตรียมฐานให้เรียบสวย
บดบิสกิตหรือเค้กสปันจ์ที่อบแห้งแล้วให้เป็นเศษละเอียด จะใช้เครื่องบดหรือบดด้วยมือก็ได้ จากนั้นผสมกับเนยจากพืชละลาย ขั้นตอนนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะเศษที่ละเอียดทำให้ฐานสม่ำเสมอ กดอัดได้แน่นโดยไม่มีช่องว่าง ถ้าชิ้นใหญ่เกินไป เวลาตัดจะไม่เรียบสวยเท่าที่ควร
จากนั้นกดส่วนผสมให้แน่นและสม่ำเสมอที่ก้นพิมพ์วงแหวน หรือก้นแก้วหากทำเป็นที่เสิร์ฟรายบุคคล ฐานต้องแน่น อัดตัวดี และเรียบเสมอกัน หากใช้พิมพ์วงแหวน ให้กรุด้านในด้วยแผ่นอะซิเตตก่อนเริ่ม เพื่อช่วยให้ถอดพิมพ์ง่ายและขอบเค้กเรียบสวย
เมื่อกดฐานแน่นแล้ว ให้นำเข้าตู้เย็นให้เซตตัวระหว่างเตรียมมูส ฐานควรเย็นและเริ่มแข็งตัวเล็กน้อยก่อนใส่มูสชั้นแรก
ทำมูสโดยไม่ให้ยุบหรือแยกตัว
หลอมช็อกโกแลตกับครีมจากพืชโดยวางชามเหนือหม้อน้ำร้อน วิธีนี้ใช้ทั้งกับชั้นดาร์กช็อกโกแลตและชั้นอื่น ๆ ช็อกโกแลตต้องยังอุ่นร้อนตอนตะล่อมครีมที่ตีฟูแล้วลงไป ไม่ใช่เย็นหรือเริ่มแข็งตัว
ตะล่อมครีมที่ตีฟูแล้วเข้ากับช็อกโกแลตละลายจนได้ส่วนผสมเนียน สำหรับชั้นดาร์กช็อกโกแลต เนื้อสุดท้ายต้องเนียนดี ส่วนชั้นไวท์ช็อกโกแลต ให้ผสมจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวก่อนนำไปบีบ
มูสช็อกโกแลตนมจากพืชทำเหมือนมูสดาร์กช็อกโกแลตทุกอย่าง ใช้เทคนิคพื้นฐานเดียวกันและต้องใส่ใจเนื้อสัมผัสเช่นเดียวกัน หากส่วนผสมไม่เนียนเป็นเนื้อเดียว จะบีบได้ยากและแบ่งชั้นออกมาไม่ชัดสวย
ประกอบชั้นตามลำดับที่ถูกต้อง
มูสชั้นแรกคือดาร์กช็อกโกแลต วางลงบนฐานที่เย็นแล้ว ใช้ถุงบีบบีบให้ทั่ว จากนั้นนำเข้าตู้เย็น 10 นาทีเพื่อให้เซตตัว รอจนแน่นดีแล้วจึงเติมชั้นถัดไป
เมื่อชั้นดาร์กช็อกโกแลตเซตตัวแล้ว ค่อย ๆ บีบมูสช็อกโกแลตนมทับด้านบน คำสำคัญคือค่อย ๆ เพราะถ้ากดแรงเกินไปหรือชั้นล่างยังไม่เซตตัว ทั้งสองชั้นจะปนกัน จากนั้นนำเค้กกลับเข้าตู้เย็นเพื่อให้ชั้นที่สองอยู่ตัวเช่นกัน
มูสไวท์ช็อกโกแลตเป็นชั้นสุดท้าย โดยบีบลงบนชั้นช็อกโกแลตนมที่แน่นแล้ว เช่นเดียวกัน ต้องรอให้ชั้นก่อนหน้าอยู่ตัวจริง ๆ ก่อนทำต่อ เมื่อประกอบครบทั้งสามชั้นแล้ว ให้แช่เย็นจนเซตตัวเต็มที่ สำหรับเค้กในพิมพ์วงแหวน หลังใส่ชั้นไวท์ช็อกโกแลตแล้วให้แช่ช่องแช่แข็งอย่างน้อย 1 ชั่วโมง พักให้เย็นต่ออีกหลายชั่วโมงเพื่อให้แน่นดี และถ้าจะให้ดีที่สุดควรแช่เย็นข้ามคืนเพื่อให้เซตตัวอย่างสมบูรณ์
เค้กพร้อมเมื่อทุกส่วนเซตตัวและแน่นดีแล้ว ก่อนเสิร์ฟ ให้ถอดแผ่นอะซิเตตและพิมพ์วงแหวนออก แล้วโรยผงโกโก้บาง ๆ ปิดท้าย หากทำในแก้ว สามารถเสิร์ฟได้เมื่อชั้นไวท์ช็อกโกแลตเซตตัวหลังแช่ตู้เย็น 15 ถึง 30 นาที
การประกอบในแก้ว
การประกอบในแก้วใช้ชั้นต่าง ๆ เหมือนกันทุกประการและเรียงตามลำดับเดียวกัน นี่เป็นทางเลือกแทนพิมพ์วงแหวนจริง ๆ ไม่ใช่สูตรแยกต่างหาก กดฐานให้แน่นที่ก้นแก้ว แล้วบีบมูสทั้งสามชนิดลงไป โดยรอให้เซตตัวก่อนเติมแต่ละชั้น
สำหรับการตกแต่ง ให้โรยผงโกโก้บนหน้าเค้ก และแต่งขนมในแก้วด้วยโกโก้นิบส์และเศษบิสกิตเกรแฮมบด แม้จะเน้นความสวยงามเป็นหลัก แต่ก็ช่วยสะท้อนรสสัมผัสของฐานตั้งแต่คำแรก
การเก็บรักษา
สูตรนี้ไม่ได้ระบุอายุการเก็บที่แน่นอน แต่ระยะเวลาที่ใช้แช่ให้เซตตัวนั้นสำคัญ ก่อนเสิร์ฟจึงควรเก็บเค้กไว้ในตู้เย็นหรือช่องแช่แข็งจนแน่นเต็มที่ โดยควรพักข้ามคืนจะดีที่สุด ส่วนแบบใส่แก้วสามารถนำออกมาได้เร็วกว่า เมื่อมูสไวท์ช็อกโกแลตเซตตัวหลังแช่เย็น 15 ถึง 30 นาที

ดูสูตรวีแกนปราศจากกลูเตนอื่น ๆ ได้ในหมวดเดียวกัน
สูตรพัฒนาโดยเชฟ Rommel Reyes ติดตามผลงานของเขาได้ทาง Instagram จดหมายข่าวบน Substack และช่อง YouTube

ส่วนผสม
- 120 กรัม บิสกิตช็อกโกแลตบด ปราศจากกลูเตน/ผลิตภัณฑ์จากนม
- 40 กรัม เนยวีแกน ละลายแล้ว
- 110 กรัม ดาร์กช็อกโกแลต
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม ตีขึ้นฟูแล้ว
- 140 กรัม ช็อกโกแลตนมข้าวโอ๊ต
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม ตีขึ้นฟูแล้ว
- 180 กรัม ไวต์ช็อกโกแลตวีแกน
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม
- 75 กรัม ครีมจากพืชชนิดไขมันเต็ม ตีขึ้นฟูแล้ว
วิธีทำ
Préparation
- บดบิสกิตช็อกโกแลตให้เป็นเศษละเอียด แล้วผสมกับเนยวีแกนละลาย

- กดส่วนผสมให้แน่นที่ก้นพิมพ์วงแหวนซึ่งรองด้านข้างด้วยแผ่นอะซิเตต เพื่อให้ได้ฐานเค้กที่แน่น

- นำฐานเค้กเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัวระหว่างเตรียมมูสแต่ละชั้น
- ละลายดาร์กช็อกโกแลตวีแกนกับครีมชนิดไขมันเต็มโดยวางชามเหนือหม้อน้ำร้อน ค่อย ๆ ตะล่อมครีมที่ตีขึ้นฟูแล้วลงในช็อกโกแลตละลายที่ยังร้อนอยู่จนเนื้อเนียน

- เทลงบนฐานบิสกิตที่เซ็ตตัวแล้ว และนำเข้าตู้เย็นจนมูสอยู่ตัว

- ทำซ้ำตามขั้นตอนของมูสดาร์กช็อกโกแลต โดยเปลี่ยนมาใช้ช็อกโกแลตนมวีแกน
- บีบมูสช็อกโกแลตนมอย่างระมัดระวังลงบนชั้นดาร์กช็อกโกแลตที่เซ็ตตัวแล้ว นำกลับเข้าตู้เย็นให้เซ็ตตัว

- ละลายไวต์ช็อกโกแลตวีแกนกับครีมชนิดไขมันเต็ม ค่อย ๆ ตะล่อมครีมที่ตีขึ้นฟูแล้วลงในไวต์ช็อกโกแลตละลายจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
- บีบมูสไวต์ช็อกโกแลตลงบนมูสช็อกโกแลตนมที่อยู่ตัวแล้ว

- นำเค้กเข้าช่องแช่แข็งหรือตู้เย็นจนเซ็ตตัวเต็มที่ ควรแช่ไว้ข้ามคืน
- โรยผงโกโก้ให้ทั่วหน้าเค้ก นำแผ่นอะซิเตตและพิมพ์วงแหวนออกก่อนเสิร์ฟ
