Go Back
Print
Recipe Image
Ingredient Images
Notes
Nutrition Label
–
+
servings
Smaller
Normal
Larger
พริกแกงกะหรี่เหลืองแบบไทย
Print Recipe
Pinner la recette
4.89
/5 (
9
)
Total Time:
55
minutes
minutes
Course:
เครื่องปรุงรส
Cuisine:
ไทย
Servings:
2
กระปุก
Calories:
3
kcal
1x
2x
3x
4x
Mode cuisine
Empêche ton écran de se mettre en veille
Author:
Marc Winer
Ingredients
4
หอมแดงหัวใหญ่
4
กระเทียมหัวใหญ่
ใช้ทั้งหัว ไม่ใช่แค่กลีบกระเทียม
1
ขิงสดชิ้นยาว 15 ซม.
5
พริกแห้งไทยทั้งเม็ด
1.5
ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น
2
ช้อนโต๊ะ
ผงขมิ้น
2
ช้อนโต๊ะ
ผงกะหรี่รสอ่อน
2
ช้อนชา
ผงผักชี
3
ช้อนโต๊ะ
ตะไคร้บด
4
กรัม
ใบและก้านผักชีแห้ง
Procédé
อุ่นเตาอบไว้ที่ 180 องศา
เตรียมเครื่องหอมโดยปอกเปลือกหอมแดง ราดน้ำมันให้ทั่ว แล้วห่อด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ จากนั้นปอกขิงและหั่นเป็นแว่นบาง
4 หอมแดงหัวใหญ่,
1 ขิงสดชิ้นยาว 15 ซม.
วางขิงเป็นชั้นเดียว ราดน้ำมันให้ทั่ว แล้วห่อด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์ แกะเปลือกชั้นนอกของกระเทียมออก ตัดปลายหัวกระเทียมด้านบนออกเล็กน้อยเพื่อให้เห็นกลีบกระเทียมบางส่วน ราดน้ำมันให้ทั่ว แล้วห่อกระเทียมแต่ละหัวด้วยอะลูมิเนียมฟอยล์
4 กระเทียมหัวใหญ่
อบเครื่องหอม
วางห่อฟอยล์ทั้งหมดลงบนถาดอบ แล้วอบ 15 นาที
นำขิงออกจากเตาอบ (ขิงควรนุ่มแล้ว) เพิ่มอุณหภูมิเป็น 200 องศา แล้วอบหอมแดงกับกระเทียมต่ออีก 30 นาที จนเป็นสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอมมาก
พักให้เย็น แล้วบีบเนื้อกระเทียมออกจากเปลือก
เตรียมพริก
ระหว่างอบเครื่องหอม ให้เทน้ำเดือดลงบนพริกแห้งเพื่อให้นิ่ม แช่ไว้ 15 นาที แล้วสะเด็ดน้ำ
5 พริกแห้งไทยทั้งเม็ด
ปั่นพริกแกง
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องปั่นกำลังสูง ปั่นเป็นระยะ ๆ หรือปั่นจนเนียนตามต้องการ จนได้พริกแกงกะหรี่เหลืองในความข้นที่ชอบ
1.5 ช้อนโต๊ะ เกลือป่น,
2 ช้อนโต๊ะ ผงขมิ้น,
2 ช้อนโต๊ะ ผงกะหรี่รสอ่อน,
2 ช้อนชา ผงผักชี,
3 ช้อนโต๊ะ ตะไคร้บด,
4 กรัม ใบและก้านผักชีแห้ง
Notes
สูตรนี้จะได้พริกแกงประมาณ 1.5-2 กระปุก
เก็บพริกแกงไว้ในตู้เย็นได้ประมาณ 1 สัปดาห์ และแช่แข็งได้ดีมาก
Nutrition
Calories:
3
kcal
|
Féculents:
1
g
|
Protein:
0.1
g
|
Fat:
0.2
g
|
Saturated Fat:
0.01
g
|
Polyunsaturated Fat:
0.02
g
|
Monounsaturated Fat:
0.1
g
|
Sodium:
5233
mg
|
Potassium:
14
mg
|
Fiber:
0.4
g
|
Vitamin C:
0.2
mg
|
Calcium:
10
mg
|
Iron:
0.2
mg
As-tu réalisé cette recette ?
Tague @marcwiner
sur Instagram !